DHAMMA

อริยสัจ 4 (Four Noble Truths)

posted on 19 Jul 2008 19:46 by yium  in DHAMMA, Politics

วันก่อน ท่านนายกมาร่ายถึงอริยสัจ4ไป

วันนี้ขอมาวิเคราะห์กันหน่อยแล้วกัน

อริยสัจ 4 (Four Noble Truths) มาจากคำว่า อริยะ + สัจจะ ซึ่งรวมกันได้ว่า ความจริงอัญประเสริฐ

มี 4 ข้ออย่างที่ทราบกันคือ

 

1. ทุกข์ (The Nature of Suffering) คือ เหตุที่ทำให้ไม่สบายกาย หรือใจ

2. สมุทัย (Suffering's Origin) คือ เหตุแห่งทุกข์

3. นิโรธ (Suffering's Cessation) คือ ความดัีบทุกข์

4. มรรค (The Way Leading to the Cessation of Suffering) คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

 

1. ทุกข์ก็แบ่งได้อีก 3 ประเภท คือ

1. ทุกข์ประจำ คือทุกข์ที่เป็นธรรมดาของสัตว์โลก

 1.1. ความเกิด (Birth)

 1.2. ความแก่ (Aging)

 1.3. ความตาย (Death)

2. ทุกข์จร คือ ทุกข์ที่เกิดขึ้นครั้งคราว

2.1 ความโศก ได้แก่ ความเศร้าใจ

2.2 ความพิไรรำพัน ได้แก่ ความคร่ำครวญ

2.3 ความทุกข์ทางกาย ได้แก่ ความเจ็บไข้ต่างๆ

2.4 ความโทมนัส ได้แก่ ความไม่สบายใจ เสียใจ น้อยใจ

2.5 ความคับแค้นใจ ได้แก่ ความคับอกคับใจ

2.6 ความที่ประสบกับสิ่งที่ไม่รัก ไม่ชอบใจ

2.7 ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ที่ชอบใจ

2.8 ความปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น

 ซึ่งดูๆไปแล้วรัฐบาลนี้คงจะเข้าเกณฑ์อยู่หลายข้อทีเดียว

เท่าที่ดูแล้วคงจะเป็นความคับแค้นใจ ความที่ประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ

ความปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น

แล้วถ้าพูดไปถึงนายใหญ่ก็คงจะมีข้อพิไรรำพันด้วยล่ะมั้ง

แต่รัฐบาลยังไม่รู้ถึงทุกข์จริงๆของตัวเอง

แล้วก็ไปลงที่รัฐธรรมนูญ ที่ว่าโน่นว่านี่ไป

เลยจะต้องแก้มาตราโน่นมาตรานี้

แต่ถามหน่อยว่า ถ้าคุณๆทั้งหลาย ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ

ไม่ว่าจะรัฐธรรมนูญมาตราไหนๆ ก็คงจะเอาผิดไม่ได้หรอก

แต่เพราะเป็นวัวสันหลังหวะ เลยกลัวโน่นกลัวนี่

เลยมีทุกข์ต่างๆนาๆ อยู่รำไป

3. ทุกข์โดยรวบยอด ความยึดมั่นถือมั่นในขัทธ์ 5 <<ข้อนี้ก็คงไม่พ้นเช่นกันล่ะมั้ง

จบเรื่องของทุกข์ไป รู้ล่ะว่าทุกข์อะไรบ้าง ต่อไปก็ เหตุให้เกิดทุกข์

 

2. สมุทัย คือ เหตุแห่งทุกข์ หรือ ตัณหาต่างๆ ก็มีอีก 3 ประเภท

1. กามตัณหา คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ทวารทั้ง 5นั้นเอง เป็นความใคร่ ความพอใจ

2. ภวตัณหา คือ ความอยากมีอยากเป็นต่างๆ

3. วิภวตัณหา คือ ความไม่อยากในสิ่งที่ตัวเองมี ตัวเองเป็น <<เท่านี้ยังเป็นเหตุแห่งทุกข์เลย

รัฐบาลก็คงจะข้อ2อ่ะนะ ความอยากจะมีอยากจะเป็น

อยากจะอยู่ในตำแหน่งนานๆ อยากจะได้เงินที่ไม่ใช่ของตัว

อยากจะมีอำนาจ อยากจะมีวาสนา อยากมีคนเคารพตัว

รู้ความทุกข์แล้ว รู้สาเหตุของทุกข์แล้ว ก็ควรจะแก้ปัญหาให้ตรงจุด!

3. นิโรธ ความดับทุกข์

ถ้าภวตัณหาคือเหตุแห่งทุกข์

ความดับทุกข์ง่ายๆแต่ทำยากคือ

บริหารบ้านเมืองไป อย่างสุจริต ไม่ต้องเดือนร้อนให้ใคร

ไม่หวังประโยชน์ส่วนตน ไม่ต้องอยากได้ในของของคนอื่น

ความทุกข์ต่างๆ ก็จะบรรเทา เสื่อมคลายลงไป

 

4. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดัีบทุกข์

 แล้วรัฐบาลก็จะต้องทำตาม มรรค 8

เพื่อให้พ้นจาก ภวตัณหา

แล้วมรรค 8 มีอะไรบ้าง

มรรคมีองค์ 8

1. สัมมาทิฏฐิ คือ ปัญญาชอบ

2. สัมมาสังกัปปะ คือ ดำริชอบ

3. สัมมาวาจา คือ เจรจาชอบ <<เน้นให้ท่านนายก

4. สัมมากัมมันตะ คือ การงานชอบ

5. สัมมาอาชีวะ คือ เลี้ยงชีพชอบ

6. สัมมาวายามะ คือ เพียรชอบ

7. สัมมาสติ คือ ระลึกชอบ

8. สัมมาามาธิ คือ ตั้งใจชอบ

 

ถ้าหากรัฐบาลทำได้ตามอริยสัจ 4 จริงๆแล้ว

คงจะเป็นรัฐบาลที่ประเสริฐที่สุดเท่าที่มีมาบนโลกใบนี้

 

อย่างที่เคยบอกไปตั้งนานปีมะโว้ได้ว่าประเทศเรา

คนของเรากำลังขาดคุณธรรม จริยะธรรมเป็นอันมาก ถึงทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน

และมีปัญหาจนถึงปัจจุบัน และก็คงจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงทั้งโลกด้วยซ้ำไป

เหตุเพราะคนส่วนใหญ่ เหินห่างจากพระธรรมคำสอน และศาสนาของตน

ไม่ว่าจะเป็นชาติใด ศาสนาไหน ก็ล้วนแล้วแต่เน้นให้ทุกคนมีจิตใจที่ดีงาม

เอื้อเฟื้อแก่เพื่อนสรรพสิ่งทั้งหลายให้อยู่ร่วมกัน ไม่เบียดเบียนกัน

 

วันนี้คุณเจริญสติแล้วหรือยัง?

เคือง กดผิดหายไปเลย ก๊อบมาใหม่ก็ได้งุงิ
คือไม่มีไรจะอัพแล้ว ชีวิตประจำวันก็ซ้ำซากจำเจ
การเมืองพูดไปก็ร้อนเปล่าๆ
เพราะงั้นหันมาพึ่งที่เย็นอย่้างธรรมะดีกว่า

ก๊อบมาทั้งหมด 3 เรื่อง ส่วนหัวข้อสุดท้ายใครอ่านแล้วเข้าใจช่วยบอกที
เพราะอ่้านแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่(แต่ก็ยังอยากเอามาลง)


ความประมาท เป็นไฉน ?


ความปล่อยจิตไป ความเพิ่มพูนการปล่อยจิตไป ในกายทุจริต วจี

ทุจริต มโนทุจริต หรือในกามคุณ ๕ หรือ ความกระทำโดยไม่เคารพ ความ

กระทำโดยไม่ติดต่อ ความกระทำไม่มั่นคง ความประพฤติย่อหย่อน

ความทอดทิ้งฉันทะ ความทอดทิ้งธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำ

ให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก ความไม่ตั้งใจจริง ความไม่ประกอบเนือง ๆ

ความประมาทในการเจริญกุศลธรรมทั้งหลาย ความประมาท กิริยาที่

ประมาท สภาพที่ประมาท สภาพที่ประมาท อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้

เรียกว่า ความประมาท.

 ความไม่ประมาท ในการเจริญกุศลธรรมทั้งหลาย พึงทราบโดยนัย

ตรงกันข้ามกับลักษณะของความประมาท ว่าโดยย่อ คือขณะที่ไม่ปราศจาก

สติ ชื่อว่า ไม่ประมาท



คนเราเกิดมาทำไม เป็นคำถามที่หาคำตอบได้ยาก เพราะทุกคนเกิดมาในโลกนี้

ด้วยความไม่รู้ ไม่รู้ว่าทำไมจึงเกิดมาเป็นคนรวย ทำไมจึงต้องเกิดมาลำบากยากจน

ทำไมจึงเกิดมาพิการ ทำไมจึงสวย ทำไมจึงขี้เหร่ ฯลฯ นอกจากเกิดมาด้วยความ

ไม่รู้แล้วก็ยังไม่รู้อีกว่าจะตายเมื่อไหร่ จะตายด้วยเหตุใด ตายแล้วจะไปอยู่ที่ไหน

ทุกคนมีชีวิตอยู่ด้วยความไม่รู้ ไม่รู้กระทั่งว่าชีวิตคืออะไร มีนักจิตวิทยา นัก

วิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อย ที่พยายามอธิบายความหมายของคำว่า “ชีวิต” และ

พยายามศึกษาเพื่อให้เข้าใจชีวิต รวมทั้งพยายามจะทำความเข้าใจพฤติกรรมการ

แสดงออกต่างๆ ของมนุษย์ว่า ทำไมจึงมีพฤติกรรม เช่นนั้นเช่นนี้ มีอะไรเป็นตัวเร้า

หรือตัวกำหนด และพยายามจะสร้างทฤษฎีเกี่ยวกับชีวิตในแง่มุมต่างๆ เพื่ออธิบาย

พฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว คำตอบ เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์นั้นมีกล่าวไว้แล้ว

ในพระพุทธศาสนา เพียงแต่น้อยคนนักที่จะสนใจศึกษาอย่างจริงจัง



กรรมวรรคที่ ๔

๑. สังขิตตสูตร ว่าด้วยกรรม ๔ ประเภท

[๒๓๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กรรม ๔ ประเภทนี้

เราทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองแล้ว

จึงประกาศให้ทราบ กรรม ๔ ประเภทเป็นไฉน

คือ กรรมดำ มีวิบากดำก็มี กรรมขาว
มีวิบากขาวก็มี กรรมทั้งดำ

กรรมดำ มีวิบากดำก็มี กรรมขาว
มีวิบากขาวก็มี กรรมทั้งดำ

ทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาวก็มี
กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำ

ไม่ขาว เป็นไปเพื่อสิ้นกรรมก็มี นี้แล
กรรม ๔ ประเภท เราทำให้แจ้ง

ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองแล้ว
จึงประกาศให้ทราบ.

จบสังขิตตสูตรที่ ๑
........................................................
อรรถกถาสังขิตตสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในสังขิตตสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๔ ตั้งต่อไปนี้ :-

บทว่า กณฺหํ ได้แก่ กรรมดำ คือ อกุศลกรรมบถ ๑๐.

บทว่า กณฺหวิปากํ ได้แก่ มีวิบากดำ
เพราะให้เกิดในอบาย. บทว่า สุกฺกํ

ได้แก่กรรมขาว คือ กุศลกรรมบถ ๑๐.
บทว่า สุกฺกวิปากํ ได้แก่ มีวิบากขาว

เพราะให้เกิดในสวรรค์. บทว่า กณฺหํ สุกฺกํ
ได้แก่ กรรมคละกัน. บทว่า

กณฺหสุกฺกวิปากํ ได้แก่ มีวิบากทั้งสุขและทุกข์.
จริงอยู่ บุคคลทำกรรมคละกันแล้ว

เกิดในกำเนิดเดียรัจฉานด้วยอกุศลในฐานะเป็นมงคลหัตถีเป็นต้น

เสวยสุขในปัจจุบันด้วยกุศล. บุคคลเกิดแม้ในราชตระกูลด้วยกุศล
ย่อมเสวยทุกข์ในปัจจุบันด้วยอกุศล.

บทว่า อกณฺหํ อสุกฺกํ ท่านประสงค์เอามรรคญาณ ๔
อันทำกรรมให้สิ้นไป. จริงอยู่ กรรมนั้นผิว่าเป็นกรรมดำ ก็พึงให้

วิบากดำ ผิว่าเป็นกรรมขาว พึงให้วิบากขาว
แต่ที่ไม่ดำ ไม่ขาว เพราะไม่ให้

วิบากทั้งสอง ดังกล่าวมานี้เป็นใจความในข้อนี้.

จบอรรถกถาสังขิตตสูตรที่ ๑



รายละเอียดเพิ่มเติม





ดูๆไปก็ยาวเหมือนกันนะเนี่ย เข้ามาอ่านวันล่ะเรื่องก็ได้นะ
อ่ออีกรอบ ใครเข้าใจหัวข้อสุดท้ายแล้วบอกด้วยนะว่าอะไรคือ ขาวๆดำๆ
หรือมันคือ กรรมดีกรรมเลว? เอ๊ะหรือยังไงบอกด้วยนะ

และปิดท้ายด้วยการใบ้หวยอย่างที่เจ๊วาวบอก
ขอให้ถูก(กิน)กันทุกคนนะคร้าบบ


ขอขอบพระคุณผู้สนับสนุน
ทั้งทางการและไม่ทางการ
ทั้งผู้มีอุปการะคุณและไม่อุปการะคุณ
ส่วนใครหลงเข้ามาก็ยังขอบคุณอยู่ดีครับ
^o^


ดูเลขผู้ชมเดือนที่แล้ว
ค.ศ.เกิดพอดี หุหุโต๊ดเต๊งกันเลย

**แต่ถูกมั้ยไม่รับผิดชอบใดๆ
แต่ถ้าถูกกินบอกด้วยนะจะได้เย้ย 5555+**

edit @ 2007/06/21 15:55:22

ยุบไปแล้วแอบดีใจ....

posted on 31 May 2007 02:53 by yium  in DHAMMA, Politics
ม่ะได้เขียนหัวข้อนี้นานแล้ววขอซักที่ในช่วงที่กำลังเป็นกระแส (เป็นเด็กกระแส)
วันนี้่ก็นั่งฟังมาแต่บ่าย ยันเที่ยงคืน ตุลาการท่านร่ายได้ยาวมาก
กลัวว่าจะไม่กระจ่างหรืออย่างไร

แล้วผลมันก็ออกมาคือ(ขอพูดแค่2พรรคใหญ่นะ) ปชป. ไม่้โดน แต่ทรท. โดน
ไอ้ตอนแรกก็ลุ้นๆว่า จะโดนที2เด้งมั้ยเหมือนกัน เพราะอาจจะมีปัญหาถ้าโดนเด้งเดียว

แต่คำวินิฉัยในวันนี้ หลายๆข้อหาที่ผัวพัน และเรื่องราวที่อ่านมายาวนาน
อาจจะทำให้คดีอื่นๆ ที่กำลังจะรอพิจารณาคดีใช้ หรือ อ้างคำวินิฉัยในครั้งนี้ได้

เพราะเท่าที่ฟังๆมาทั้งวัน เหมือนตุลาการท่านจะเปรยๆแบบตัดสินไปว่าคุณทักกี้
ทำผิดอะไรไปมั่ง...แม้ว่าตอนนี้จาหาหลักฐานเอาผิดไม่้ได้กันเลยก็ตาม.....
เพราะสิ่งที่ทำถูกกฏหมายไปแล้ว อย่างที่รู้ๆกัน(รึเปล่า) ว่าหลายๆนโยบาย
แก้กฏหมายแล้วก็นำมาใช้ กันอย่างรวดเร็ว

แต่ก็อีกแหละถ้า ทรท. ไม่โดนยุบทางคปค.หรือคมช.คงจะลำบากกันน่าดูทีเดียวเชียว
แต่ปชป. นี่เกิดคาดไปหน่อย ที่รอดมาได้ แต่ฟังดูนะ สำนวนที่เล่ามา
ของคนที่จะรอด กับ ไม่รอดเนี่ยต่างกันมากมาย คือฟังๆแล้วก็รู็แกวคำตัดสินกันทีเดียว

อย่างที่นักวิจารณ์หลายๆท่านออกมาพูดกันว่า ที่ตุลาการท่านร่ายยาวขนาดนี้เพราะ
ต้องการกล่าวทุกแง่มุมกะว่า ไม่ต้องตีความกันอีก กุรำคาญ อย่างนั้นเลย

แต่ที่เซงคือ เล่าเรื่องซ้ำกันอ่าา คือเรื่องที่เล่าไปในปชป.ไปแล้ว
มันก็กลับมาหลอกหลอนตอน ทรท.อีก (เริ่มงงกันตัวย่อยัง เด๋วจะย่ออีก เอิ๊กๆ)

พอตัดสินคดีไปแล้ว ก็พอจะรู้กันได้เลยว่าใครจะเป็นรัฐบาลต่อไป
และดูเหมือนว่าการกลับมาของคุณทักกี้จะลำบากซํกหน่อย อย่างน้อยก็5ปี
แต่ถ้าปชป. บริหารงานในช่วงที่ทักกี้ไม่ทำงาน ได้ไม่ดีพออาจจะได้ดู
Shin Wars Episode III: Revenge of the Shin กันได้เลยแล้วทีนี้ไล่ก็คงไม่ไปแล้วล่ะ

แล้วอย่าหวังว่าจะมีฮีโร่ขี้รถถังมาช่วยอีกนะ เพราะเป็นไปไม่ได้แล้วว
เอ๊ะ เด๋วนะัลืมไป มีคนไม่เห็นด้วยกับกระรัฐประหารด้วยนิเนอะ

อันที่จริงแล้วเราก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดหรอกนะ เพราะการทำแบบนี้
มันเป็นเหมือนการที่เลี้ยงไม่โตซักที พอจะล้มหน่อยก็อุ้มขึ้นมาล่ะ
ยังไ่ม่ทันจะได้รู็เลยว่าล้มแล้วเจ็บเป็นยังไง ก็โดนช่วยอีกแว้ว

เท่าที่สังเกตประเทศมหาอำนาจ หรือประเทศที่เค้ากำลังรุ่งโรจน์กันอยุ่เนี่ย
เค้าต่างมีบาดแผลที่เจ็บช้ำมามาก จนเป็นแรงผลักดันคนในประเทศของเค้ากัน
แล้วประเทศไทยล่ะ เจ็บอะไรมามั่ง ก็แค่ยุงกัด ยังไม่เคยมีแผลผ่าตัดซักที

เอ๊ยออกไปไกลกลับมาก่อน เรื่องยุบพรรคเฟ้ยยย เออนั้นล่ะ
ยังไงต่อดี เขียนม่ะออกม่ะได้นอนมา2คืน มัวแต่เล่นเกม -*- (ไม่มีใครเห็นใจแกหรอก)

ที่ี่ดูจากทีวีง่ะ พอตุลาการท่านพูดประโยคว่า ยุบปั๊บนะ ทางพรรคทรท.เคลื่อนไหวกันเรย
ไม่รู้จะรีบทำไม เหมือนจะพยายามปลุกระดม มันไม่ดีนะคับ พี่น้อง!!
แล้วก็น่ะ พอรู็คำตัดสินไม่ต้องมาพูดว่าคนไทยทั้งประเทศเสียใจแทนอ่ะน่ะ
เพราะเราม่ะใช่คนนึง แล้วปชป.ก็เหมือนกัน ไม่ต้องทำเป็นเอาดีให้ปชช.
ว่าเป็นชัยชนะของคนทั้งประเทศ กุจะอ้วกกกก พอเห๊อะเบื่อจิงๆ
รีบหาเสียงไปไหน ไม่ต้องหาแล้ว ได้แน่นนอนคุณหัวหน้าพรรค

เออว่าไปแล้วคนเรานี่ก็แปลก ดวงคนมันจะได้เป็นนายกอ่ะนะ
ดูดิอดีตหน.พรรคปชป. ชื่อไรว้าา ลืมล่ะหลังคุณชวนง่ะ - -"
นั้นล่ะนึกออกแล้วช่ายม่ะ คือไม่มีบุญจริงๆ เป็นได้แป๊บเดียว
ต้องยกให้คนรุ่นลูกไปบริหารแทน เอิ๊กๆ พูดแล้วฮา

เอ๋ๆ จะมีใครมาฟ้องหมิ่นเรามั้ยนิ นี่เป็นความคิดเห็นตามระบอบปชต.นะฮับ
มีสิทธิ์ออกความเห็นโดยสุจริต ม่ะได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง
ฟ้องมาฟ้องกลับจิงด้วย งุงิ

พิมพ์ๆมามีใครจับแก่นสารในหัวข้อนี้ได้มั้งง่ะ เจอแล้วบอกผู้เขียนด้วย
เริ่มเพ้อเจ้อ แล้วท่านนายกกะคมช.เนี่ย หาหลักฐานกันเสร็จยังครับ
จะหมดวาระแห่งชาติแล้วน่ะ ฟ้องๆกันซักทีผมรอลุ้นอยู่
แต่เชื่อว่าคุณทักกี้จะหลุดไปได้เกือบทุกข้อกล่าวหานั้นล่ะ
คงเก็บได้แต่ปลาซิวปลาสร้อย (สร้อยแบบนี้เรยหลอ - -")

ต่อไปความหวังประเทศไทยคงจะต้องฝากไว้กะรัฐธรรมนูน
ฉบับใหม่ที่ออกจะแหม่งๆ และแปลกๆฉบับนี้กันไป
แต่เชื่อว่าคงมีฉบับใหม่หลังฉบับนี้อีก เพราะไม่น่าจะไปรอดได้นาน

เออพูดถึงเรื่องรธน. อยากให้มีระบบประเมินผลสส.ที่เราเลือกไปง่ะ
คือสิ้นปีแล้วก็ลงคะแนนว่าจะให้มันทำงานต่อมั้ย
ไม่งั้นนะ ตอนแม่งมาหาเสียงก็บอกว่าจะทำโน่นทำนี่
พอได้เข้าไปนั่งเก้าอี้เท่านั้นล่ะ โรคขี้เกียจกำเริบ
นั่งที่เก้าอี้ทั้งวันนั้นล่ะ ไม่ก็เอาเวลาทำงานไปตีกอล์ฟ เลียขาคนใหญ่คนโตไปวันๆ
ไม่ก้อนั่งคิดตัวเลขว่าเดือนนี้กุจะโกงเท่าไหร่ดี ค่าคอมมิชชันได้มาเท่าไหร่แล้ว

ประเทศไทยมีนักการเมืองดีๆมั้งมั้ยเนี่ย หรือว่าโดนฆ่ายัดหลุมไปหมดแล้ว
เบื่อเจงๆ บ่นแค่นี้ดีกว่าขี้เกียจพิมพ์ เมื่อยมือ

สุดท้ายๆ ขอแสดงความยินดีกับปชป.ที่พ้อข้อกล่าวหา
และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับทรท.ที่ต้องโดนยุบไป

และวันนี้พอแค่นี้ สวัสดี ราตรีสวัสดิ์.......

ตบท้ายๆ วันนี้(ขณะพิมพ์เป็นเช้าของวันที่ 31 )

วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญของโลก ซึ่งคนไทย ที่นับถือศาสนาพุทธควรที่จะ
มองเห็นว่ามันเป็นมากกว่าวันสำคัญวันนึง เราน่าจะหาโอกาสอย่างน้อยในปีนึง
มานั่งศึกษาฟังธรรมของพระพุทธองค์บ้าง เผื่อตายไปจะได้มีอะไรติดตัวไป
เลยขอทิ้งประโยคสั้นๆ ที่ทำยากยิ่งในชีวิตของคนเรา
คัดลอกจาก www.dhammahome.com

การพิจารณาเห็นกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรม

ในธรรม คือ การไม่เห็นกาย เวทนา จิต ธรรม เป็นตัวตน เมื่อสติ

ระลึกรู้ลักษณะของนามธรรม และรูปธรรมทั้งปวง ที่ปรากฏในชีวิต

ประจำวัน ก็จะรู้ชัดว่า สภาพธรรมเหล่านั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็น

อนัตตา หนทางนี้เป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ที่ดับทุกข์

และที่สุด
แห่งความตาย

ขออนุโมทนาบุญกุศลที่ทุกท่านจะได้ทำกันในวันวิสาขบูชา และวันต่อๆไปครับ
-/|\-

edit @ 2007/05/31 03:00:06