โลกร้อนคือความรับผิดชอบของใคร
posted on 30 Jan 2007 13:11 by yium in Environmentในช่วง10ปีที่ผ่านมาประชากรของโลกเพิ่มขึ้นสูงมาก และนับตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุสาหกรรม
การบริโภคของมนุษย์ก็เพิ่มสูงขึ้นจนโลกไม่สามารถรองรับความต้องการนี้ต่อไปได้
ถ้าเราสังเกตว่าในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา สภาวะอากาศของโลกเปลี่ยนไปอย่างน่าสงสัย
ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งร้อน-หนาว-ฝน-พายุ ที่มาอย่างผิดปรกติ บ้างก็ร้อนจัด หนาวจัด ฝกหนัก หรือแล้งจัด
ถึงคราวที่มีภัยธรรมชาติ ก็รุนแรงขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งแผ่นดินไหว โคลนถลม พายุต่างๆ
โลกของเรามีการจัดการระบบนิเวศที่ยอดเยี่ยม เพื่อให้สิ่งมีชีวิตต่างๆบนโลกใบนี้ดำรงชีวิตอยู่ได้
เมื่ออากาศในโลกร้อนขึ้น ที่เกิดจากก๊าสเรือนกระจกกักความร้อนไว้
โลกก็ต้องลดอุณหภูมิ เพื่อไม่ให้ร้อนเกินไปด้วยการ ละลายน้ำแข็ง-หิมะ ต่างๆในทุกมุมโลก
เพื่อให้โลกเย็นลง.......แต่กระนั้นมันก็ไม่เพียงพอที่จะให้โลกอยู่ได้ เพราะในที่สุดแล้ว
เมื่อหินมะและน้ำแข็งต่างๆละลายไปหมด โลกก็ไม่มีตัวเลือกที่จะมาลดอุณหภูมิต่อไป
และผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อน้ำแข็งละลาย เหมือนที่หลายๆคนรู้อยู่แล้วว่า น้ำทะเลจะต้องสูงขึ้น
แต่มันก็ไม่ใช่เพียงเท่านั้น เมื่อไม่มีน้ำแข็ง การสะท้อนความร้อนของโลกก็จะลดลง
ท้ายที่สุดแล้วน้ำทะเลก็จะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น เมื่อน้ำทะเลอุณหภูมิสูงขึ้น พายุต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในทะเลก็จะรุนแรงขึ้น และความอุดมสมบูรณ์ในทะเลก็จะลดลงเช่นกัน
ในพื้นที่ที่เคยชุมชื้นไปด้วยฝนก็อาจจะแห้งแล้ง และในที่ที่แห้งแล้งก็จะมีน้ำท่วม
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในแบบลูกโซ่ และความรุนแรงก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เริ่มเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นบ้างแล้วหรือยัง?? แล้วถ้ามาดูฤดูหนาวในกทม.ปีนี้
มันเป็นฤดูหนาวที่แปลก แปลกจนน่าตกใจว่า จากที่อากาศหนาวทิ้งกทม.ไปหลายปีแล้ว
กลับมาอีกครั้ง ก็มาเป็นหนๆ แบบลูกคลื่น
.
เราทุกคนคงจะต้องเริ่มรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ โดยเราจากตัวเราเอง
เมื่อมีคนเริ่มนับ1 มันจะต้องมีคนนับเลขต่อๆไปในที่สุด เมื่อเริ่มแล้ว อาจจะช่วยโลกใบนี้
ทันเวลาก่อนที่เราจะไม่เหลืออะไรเลย.....
สิ่งเล็กๆที่เริ่มได้คือ การประหยัดพลังงาน แยกขยะ ลดใช้สารทำลายโอโซน เช่น
CFC น้ำยาแอร์ R-12a และอื่นๆ
ใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน กำจัดอุปกรณ์อันตรายอย่างถูกวิธี อาทิเช่น
การทำลายหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ แบตเตอรรี่ต่างๆ อย่างถูกกวิธีด้วยการแยกเป็นขยะอันตราย
การใช้ภาชนะที่สามารถย่อยสกลายได้ง่าย หรือสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่
เช่นขวดแก้ว เป็นต้น จริงๆแล้วถ้วยชามเมลามีน (แก้ไขให้แย้วง้าบ) ก็เป็นอีกอุปกรณ์เครื่องใช้
ที่มีผลทำลายทางอ้อมเนื่องจากไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้ ใช้จานแก้วดีกว่า
.
เราประชาชนน่าจะเรียกร้องให้องค์กรของรัฐ ออกนโยบายที่ชัดเจนในการ
ดูแลสิ่งแวดล้อม และเพิ่มโทษให้กับผู้กระทำผิด เราต้องปกป้องพื้นป่าทุกผืนที่ยังคงเหลืออยู่
แม้เมื่อเทียบกับทั้งโลกแล้วจะไม่มาก แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี
และที่สำคัญป่าเป็นปอดของโลก และยังช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศลงได้
อีกทางหนึ่ง (นอกจากที่ป่าดูแลอนุรักษ์น้ำและดินแล้ว)
จบแค่นี้ดีกว่า....... แต่น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีจริงมั้ย?
.
โลกจะอยู่รอดได้อย่างไร เมื่อไม่มีคนเหลียวแล
ปล. ต่างประเทศมีเทคโนโลยีสีเขียวที่ใช้กันมาก แต่ต้นทุนยังสูงอยู่ แต่ก็อยากใช้มั่ง
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ที่เว็บไซต์ของ NASA
edit @ 2007/01/30 13:13:41
edit @ 2007/01/30 13:42:56







เมลานินน่ะมันเม็ดสีในผิวหนัง
#1 By เฉาก๊วย on 2007-01-30 13:30